สิ่งที่จะเปลี่ยนไป เมื่อเราเริ่มใช้ระบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อวิธีทำงานของเราโดยเฉพาะ — ทำงานเบาลง ดูแลลูกค้าได้ดีขึ้น
หัวใจของระบบใหม่คือ “ทุกอย่างเชื่อมถึงกันในที่เดียว” — ลูกค้า ทีมงานทั้ง 3 สาขา และผู้บริหาร เห็นข้อมูลชุดเดียวกัน อัปเดตพร้อมกัน
ลูกค้าจองผ่าน LINE → ข้อมูลวิ่งเข้าระบบใหม่ทันที → ทีมทุกสาขาเห็นตรงกัน และผู้บริหารเห็นภาพรวม — ไม่มีข้อมูลตกหล่นระหว่างทาง
สิ่งแรกที่จะเปลี่ยนงานหน้าร้าน — ลูกค้าจองคลาส ดูตาราง ดูจำนวนครั้งคงเหลือ และเช็คอินได้เอง ทั้งหมดอยู่ในไลน์ ไม่ต้องโหลดแอปใหม่
ระบบช่วยนำทางให้ทุกคนดูแลลูกค้าใหม่ครบขั้นตอนแบบเดียวกัน — ไม่ต้องจำเอง ไม่มีขั้นตอนสำคัญตกหล่น ลูกค้าจึงเห็นผลและอยากเรียนต่อ
ลูกค้าใหม่ทำแบบเช็คอาการออฟฟิศซินโดรม + ท่าทดสอบ · ระบบช่วยเตือนให้เริ่มจากขั้นนี้ก่อน
→ระบบเสนอคลาสที่เหมาะกับอาการของลูกค้า — โยคะ · พิลาทิส · บาร์ · แทรมโพลีน · ทีมขายกดยืนยัน
→ระบบร่างแผนรายสัปดาห์ตามเป้าหมายให้ · ทีมขายแค่ปรับ/ยืนยัน → ส่งให้ลูกค้าทางไลน์
→ระบบเตือนทีมขายทุกสัปดาห์ว่าถึงเวลาตามลูกค้าคนไหน — ไม่มีใครหลุดจากการดูแล
นอกจากลูกค้าจองเอง ทีมงานก็ได้เครื่องมือที่ช่วยให้ดูแลลูกค้าได้ทันเวลา ไม่ปล่อยให้ใครค่อย ๆ หายไปเงียบ ๆ
ลูกค้าสแกน QR เข้าคลาส ระบบตัดครั้งให้อัตโนมัติ — และช่องแจ้งอาการบาดเจ็บตอนจอง จะส่งถึงครูครูรู้ว่าใครเจ็บตรงไหน ก่อนเข้าคลาส
ระบบช่วยมองหาลูกค้าที่แพ็กใกล้หมด หรือเริ่มห่างหายไป แล้วเตือนทีมให้ดูแลต่อได้ทันเวลาดูแลลูกค้าได้ทันเวลา ก่อนเขาห่างหายไป
ทีมขายได้สรุปประจำวันเข้าไลน์ · ผู้บริหารมีหน้าจอภาพรวม เห็นว่าวันนี้ต้องตามใคร ใครใกล้หมดคอร์สเริ่มวันแบบรู้ว่าต้องโฟกัสอะไร
เริ่มนำร่องที่ สาขาเกษตร ก่อน — พร้อมดูแลข้อมูลให้ปลอดภัยตามกฎหมายตั้งแต่วันแรก
พอระบบจองอยู่ตัวแล้ว เราขยายให้ครบทุกสาขา และเพิ่มงานหน้าเคาน์เตอร์เข้ามา — ทุกอย่างรวมอยู่ในระบบเดียว ไม่ต้องสลับหลายที่
เกษตร · ราชพฤกษ์ · อารีย์ อยู่ในระบบเดียวกัน แต่ละสาขาเห็นข้อมูลของตัวเอง
ขายแพ็ก/คอร์ส ออกใบเสร็จ รับเงินหน้าร้าน ครบในจอเดียว
สแกนจ่าย PromptPay และ LINE Pay — สะดวกทั้งลูกค้าและหน้าร้าน
จัดโปรโมชัน ส่วนลด และบัตรกำนัลได้ในระบบ ไม่ต้องจดแยก
หลายคนอาจกังวลว่า “เปลี่ยนระบบแล้วร้านจะวุ่นไหม ข้อมูลจะหายไหม” — เราวางแผนช่วงเปลี่ยนผ่านมาอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น
ช่วงสั้น ๆ ใช้ทั้งระบบเดิมและระบบใหม่พร้อมกัน เพื่อความมั่นใจ
→กระทบยอดกันทุกวัน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนก่อนย้ายจริง
→เปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่เต็มตัวทีละสาขา (เริ่มที่เกษตร) อย่างค่อยเป็นค่อยไป
หัวใจของ Yoga&Me คือลูกค้ารู้สึกว่ามีคน “รู้จักเขาจริง ๆ” แม้เปลี่ยนครู — Be Care ช่วยให้ครูส่งต่อเรื่องราวของลูกค้าถึงกันได้ง่าย ๆ
งานจุกจิกที่เคยต้องนั่งทำเอง คำนวณเอง ตามเอง — ระบบใหม่ช่วยทำให้ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่สำคัญกว่า คือดูแลลูกค้า
ครูเห็นภาพงานของตัวเอง และเสียงชื่นชมจากลูกค้าจริงที่ประทับใจคลาสของตัวเอง — เป็นกำลังใจ และเป็นข้อมูลไว้พัฒนาการสอนของตัวเองต่อ
ระบบคำนวณคอมมิชชันทีมขายให้เอง โปร่งใส เช็คย้อนได้เองไม่ต้องนั่งคีย์เอง ไม่ต้องกลัวตกหล่น
AI ช่วยเตือนก่อนลูกค้าจะค่อย ๆ หายไป และช่วยชวนลูกค้าเก่าให้กลับมา — ทีมขายเลือกจังหวะคุยต่อได้ง่ายขึ้น
สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างที่เราทำก็เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีขึ้นกับ Yoga&Me — และนี่คือสิ่งที่เขาจะสัมผัสได้
ทำเองในไลน์ได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอตอบแชท ไม่ต้องรอเวลาทำการ
ระบบเตือนคลาส เตือนแพ็กใกล้หมดให้เอง รู้สึกว่ามีคนคอยดูแล
เปลี่ยนครูก็ไม่ต้องเล่าเรื่องเดิมใหม่ ครูรู้ว่าเขาเป็นใคร ต้องระวังอะไร
เก็บเท่าที่จำเป็น ขออนุญาตก่อน เข้าถึงเฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง — ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
เราไม่ได้เปลี่ยนทุกอย่างในวันเดียว — แต่ค่อย ๆ ทำเป็นขั้น เริ่มจากนำร่องที่เกษตร แล้วขยายให้ครบทุกสาขา
🕒 ช่วงเวลาเริ่มนับเมื่อข้อมูลและเอกสารพร้อม — ยังไม่กำหนดวันปฏิทินตายตัว จะยืนยันวันจริงร่วมกันเมื่อพร้อมเริ่ม
ระบบจะดีแค่ไหน ก็ต้องมีทีมช่วยกัน — และนี่คือช่วงที่พิเศษ เพราะเราได้ช่วยกันออกแบบระบบของเราไปด้วยกัน
ข้อมูลลูกค้า แพ็กเกจ ตารางคลาส ของแต่ละสาขา — ยิ่งเราเตรียมครบเร็ว ระบบก็ยิ่งเริ่มใช้ได้เร็ว
มีอบรมให้ทุกทีม สอนใช้งานจริง — ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้ไม่เป็น เราไปด้วยกันทีละขั้น
เจออะไรติดขัด ใช้แล้วรู้สึกยังไง บอกได้เลย — ความเห็นของทุกคนคือสิ่งที่ทำให้ระบบดีขึ้นสำหรับเราทุกคน
ตรงกันข้าม — งานซ้ำ ๆ จะน้อยลง ลูกค้าจองเอง ระบบเตือนเอง คำนวณให้เอง เราจะได้มีเวลาไปดูแลลูกค้ามากขึ้น
ปลอดภัยตามกฎหมาย — ข้อมูลถูกเข้ารหัส เข้าถึงได้เฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลทั้งหมดเป็นของ Yoga&Me 100%
มีทีมช่วยเหลือคนไทยคอยดูแล พร้อมหัวหน้าทีมแต่ละสาขาที่ช่วยได้เสมอ — ไม่มีใครถูกทิ้งให้งงอยู่คนเดียว